“ถนนโซลาร์เซลล์” แนวคิดถนนผลิตไฟฟ้าแห่งอนาคต แต่มันอาจไม่เวิร์กอย่างที่คิด…!?

ประเทศฝรั่งเศสเปิดใช้งานถนนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นแห่งแรกของโลก เมื่อปี ค.ศ. 2016 มีความยาว 1 กิโลเมตร ในชุมชน Tourouvre-au-Perch ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ นำไปสู่การสร้างถนนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหลายแห่งทั่วโลกตามมา จุดประสงค์หลักของถนนแบบที่ว่านี้คือ การนำเอาพลังงานแสงอาทิตย์มาผลิตเป็นกระแสไฟ เพื่อลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้า แต่ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการพูดถึงประโยชน์ด้านอื่นที่ตามมาอีกมาเช่น การช่วยลดมลพิษทางอ้อม รวมไปถึงการติดตั้งระบบชาร์จไร้สายในอนาคต เพื่อให้รถยนต์ไฟฟ้าสามารถชาร์จไฟขณะวิ่งบนถนนได้อีกด้วย สิ่งที่จะเกิดขึ้นพร้อมกับถนนโซลาร์เซลล์ทั้งหมดนี้ฟังดูน่าสนใจไม่น้อย แต่นับหากนับเวลาตั้งแต่มีการเปิดใช้ถนนสายแรกที่ประเทศฝรั่งเศส ไอเดียที่ว่านี้กำลังจะก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 แล้ว จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับถนนที่ว่านี้ มันอาจจะไม่เป็นไปตามที่คาดหวังเอาไว้ และอาจจะเป็นสัญญาณให้เราได้ตั้งข้อสงสัยว่า ถนนโซลาร์เซลล์นั้นจะใช้งานได้จริงหรือไม่?

 

กรณีศึกษา โซลาร์ไฮเวย์จากเมืองจีน

โครงการทางหลวงโซลาร์เซลล์แห่งแรกของประเทศจีน เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2017 ที่เมืองจี่หนาน มณฑลชานตง เส้นทางดังกล่าวเป็นทางหลวงขนาด 2 เลน ความยาว 1 กิโลเมตร ใช้แผงโซลาร์เซลล์เนื้อที่กว่า 5,875 ตารางเมตร และคาดว่าสามารถผลิตกระแสไฟได้มากถึง 1 GWh ต่อปี ซึ่งเพียงพอสำหรับบ้านเรือนกว่า 800 หลัง โครงการทางหลวงโซลาร์เซลล์เป็นส่วนหนึ่งของแผนการเพิ่มกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยแสงอาทิตย์ของประเทศจีน โดยตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิตให้ได้ 1,300 GW ภายในปี 2050 ซึ่งประโยชน์อีกด้านของโครงการถนนโซลาร์เซลล์ก็คือ การประหยัดพื้นที่ทำโซลาร์ฟาร์มด้วยเช่นกัน

พิธีเปิดทางหลวงโซลาร์เซลล์แห่งแรกของประเทศจีน เมื่อช่วงเดือนธันวาคมปี 2017

 

Xu Chunfu ผู้บริหารจากบริษัท Qilu หนึ่งในบริษัทผู้รับผิดชอบโครงการทางหลวงแสงอาทิตย์แห่งนี้ ระบุว่า หากทางหลวงทุกสายในประเทศจีน เปลี่ยนมาเป็นทางหลวงโซลาร์เซลล์ทั้งหมด จะสามารถผลิตกระแสไฟได้มากถึง 7,000,000 GWh ต่อปี ซึ่งมากพอที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 7,200 ล้านตันในแต่ละปี นอกจากนี้ตัวถนนเองยังมาพร้อมระบบให้ความร้อน เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุจากหิมะปกคลุมถนนในฤดูหนาว และมีแผนว่าจะทำการต่อยอดให้มันสามารถชาร์จไฟให้กับรถยนต์ไฟฟ้า ขณะวิ่งอีกด้วย

หลวงโซลาร์เซลล์แห่งแรกของประเทศจีน

 

กรณีศึกษา ถนนโซลาร์ในอเมริกา

ข้ามฝั่งไปที่สหรัฐอเมริกา แนวคิดถนนโซลาร์เซลล์นี้ได้กลายเป็นนวัตกรรมที่จะสามารถนำไปใช้ประโยชน์กับผู้ใช้ถนน มากกว่าการผลิตกระแสไฟฟ้าเหมือนกับที่ประเทศจีน Solar Roadways คือบริษัทผู้ริเริ่มโปรเจกต์ที่ว่านี้ในสหรัฐ ซึ่งเทคโนโลยีที่พวกเขานำเสนอก็คือการใช้พลังงานแสงอาทิตย์สำหรับหลอดไฟ LED และเครื่อละลายหิมะบนถนน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งาน

 

หากมองในแง่ของประโยชน์ที่ได้รับ ทั้งสองโปรเจกต์ก็ดูเข้าท่าไม่น้อย แต่จากข่าวล่าสุดที่มีการพูดถึงประสิทธิภาพของถนนโซลาร์เซลล์แห่งแรกที่ประเทศฝรั่งเศส ก็ชวนให้สงสัยไม่น้อยว่า ตัวเลขกำลังผลิตไฟฟ้า รวมทั้งประโยชน์ที่จะได้รับนั้น เป็นของจริงหรือไม่?

 

กรณีศึกษา “ความล้มเหลวจากถนนโซลาร์เซลแห่งแรกของโลก”

หลังการเปิดตัวในปี 2016 ถนนโซลาร์เซลล์ความยาว 1 กิโลเมตรในชุมชน Tourouvre-au-Perch ทางตะวันตกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส สามารถผลิตไฟฟ้าได้เพียงแค่ 78,397 kWh เมื่อเทียบเป็นสัดส่วนพบว่า ยังไม่ถึงครึ่งของเป้าหมายในปีแรกซึ่งตั้งเอาไว้ที่ 149,459 kWh แม้บางคนอาจมองว่าอย่างน้อยมันสามารถช่วยสร้างกระแสไฟฟ้าได้ แต่นั่นอาจไม่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับเงินลงทุนที่ทางการทุ่มงบไปถึง 5.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 159 ล้านบาท สำหรับถนนเพียงแค่ 1 กิโลเมตร

ถนนโซลาร์เซลในชุมชน Tourouvre-au-Perch ทางตะวันตกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส

ตามรายงานของสื่อต่างประเทศ ปัญหาที่พบในถนนสายนี้ได้แก่

– สภาพภูมิอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ทำให้ผลิตกระแสไฟได้น้อย เนื่องจากตลอดทั้งปีมีวันที่แสดงแดดส่องเต็มที่แค่ 44 วันเท่านั้น

– พื้นถนนไม่มีความทนทาน ในปี 2018 พบความเสียหายบนพื้นถนนเป็นระยะทางยาวกว่า 300 เมตร ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่สามารถซ่อมแซมได้

ภาพความเสียหายบนถนนถนนโซลาร์เซลล์ในชุมชน Tourouvre-au-Perch

ถนนโซลาร์เซลล์ที่ฝรั่งเศสไม่ได้เป็นเพียงแค่แห่งเดียวเท่านั้น ที่ไม่ประสบความสำเร็จตามคาด แต่ Solar Roadways ที่สหรัฐอเมริกาเองก็มีทีท่าว่าจะเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน Greentechmedia เผยรายงานจากกระทรวงคมนาคมสหรัฐในปี 2015 ระบุว่า Solar Roadways นั้นใช้พลังงานมากถึง 1 ใน 3 สำหรับให้กับไฟ LED จึงไม่เหลือพลังงานส่วนเกินมากนัก ส่วนการนำไปใช้งานจริงบนถนนที่มีการจราจรหนาแน่น ยังคงอยู่ในขั้นตอนของการทดสอบ เพื่อพิจารณาถึงความปลอดภัยอยู่

 

หากมองในเรื่องของความคุ้มค่าต่อประโยชน์ที่จะได้รับ การสร้างถนนโซลาร์เซลล์นั้นอาจจะไม่ใช่คำตอบ จากข้อมูลเผยว่า ทางหลวงโซลาร์เซลล์ที่ประเทศจีนนั้น ใช้งบประมาณในการก่อสร้างสูงถึง 82 ล้านบาท หรือประมาณ 14,000 บาทต่อตารางเมตร แพงกว่าถนนลาดยางทั่วไปที่ใช้งบประมาณเพียง 153 บาทต่อตารางเมตร หรือคิดเป็นตัวเลขก็ราว 90 เท่า!!

 

นอกจากนี้หากจะให้มันสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าให้ได้ถึงจุดคุ้มทุน อาจจะต้องรอนานถึง 15 ปีด้วยกัน ช่วงความต่างของราคาที่ทิ้งห่างกันกว่า 90 เท่าอาจกินเวลานานกว่าที่ราคาของถนนโซลาร์เซลล์จะคุ้มค่าสำหรับการสร้างเพื่อหวังเป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้า

 

แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม ก็นับว่าการเริ่มต้นแนวคิดในการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า ซึ่งถ้าเวลาผ่านไป ต้นทุนที่ห่างกัน 90 เท่านี้ก็อาจจะลดลง และอาจทำให้ถนนโซลาร์เซลล์คุ้มค่าขึ้นมาก็เป็นได้ และไม่แน่ว่าในอนาคตข้างหน้า อาจมีวิธีการที่เราจะนำพลังงานแสงอาทิตย์จากถนนมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากกว่านี้ก็ได้

 

credit : https://www.magcarzine.com/solar-road-007/