โซล่าร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) ช่วยประหยัดค่าไฟได้จริงหรือ?

ประเทศไทยเป็นเขตที่มีอากาศเปลี่ยนแปลงได้หลายฤดูมากครับ แต่โดยส่วนใหญ่จะเป็นอากาศร้อนมากที่สุด ยิ่งร้อนขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีการเปิดเครื่องปรับอากาศมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ เพื่อลดค่าใช้จ่าย ค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือนให้ลดลง รวมไปถึงการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดมลพิษ รักษ์โลก ในหลายๆ ประเทศที่มีแสงแดดจัด จึงมีการพัฒนาระบบพลังงานแสงอาทิตย์มาผลิตเป็นกระแสไฟฟ้า ที่เรียกว่า เซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Cell) เพื่อทดแทนการผลิตไฟฟ้าในรูปแบบเดิมโดยผลักดันให้มีการนำ Solar Cell มาติดตั้งบนหลังคาบ้านที่อยู่อาศัย และบนอาคารต่าง ๆ หรือที่มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “โซลาร์รูฟท็อป” (Solar Rooftop) เพื่อให้บ้านทุกหลังที่ติดตั้งได้ทำการผลิตไฟฟ้าไว้ใช้เองในเวลากลางวัน เป็นการประหยัดไฟฟ้าและลดภาวะโลกร้อนไปด้วย อีกทั้งยังมีการส่งเสริมให้นำไฟฟ้าที่เหลือส่งต่อขายให้กับหน่วยงานของรัฐอีกด้วย

ปัจจุบันนี้ประเทศไทย เรื่อง โซลาร์รูฟท็อป ก็เริ่มเป็นที่นิยมขึ้นเรื่อยๆ 

ตอนนี้ คงมีคำถามมากมายในใจ ว่า…
-โซล่าร์รูฟท๊อป ช่วยประหยัดเงินได้จริงหรือ?
-โซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) คืออะไร?
-โซลาร์รูฟท็อป นั้น มีข้อดีอย่างไร? ทำไมทั่วโลกถึงได้ ตื่นตัว และเชิญชวนให้ใช้ Solar Cell
“มาหาคำตอบกันครับ”

 

โซล่าร์รูฟท๊อป ช่วยประหยัดเงินได้จริงหรือ? ขอตอบว่า “ช่วยได้แน่นอนครับ”

คุ้มแค่ไหน? คุ้มยังไง? มาลองเทียบ จุดคุ้มทุนในแต่ละแพ็คหลักๆ ที่คนส่วนใหญ่นิยมติดตั้งกัน

ปัจจัยต่างๆ ที่ใช้ในการคำนวณ

1. ขนาดของกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าในแต่ละวัน
2. ปริมาณของแดด และระยะเวลาที่ใช้ผลิตแต่ละวัน (ตั้งไว้ที่ 5 ชั่วโมง/วัน)
3. เงินลงทุน เพื่อคำนวณ จุดคุ้มทุนในแต่ละขนาดกำลังการผลิต
4. อัตราค่าไฟฟ้า ตั้งไว้ที่หน่วยละ 4.5 บาท (แปรผันตามความจริงของแต่ละสถานที่)

แพ็คที่ 1:  กำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าที่ 3.5 kW. 

– เฉลี่ยผลิตไฟฟ้าได้ 15 หน่วย/วัน  (450 หน่วย/เดือน)
– ประหยัดค่าไฟฟ้าได้มูลค่า 2,025 บาท/เดือน (24,300 บาท/ปี) (เลทค่าไฟ 4.5 บาท/หน่วย)
– ลงทุนค่าอุปกรณ์ และติดตั้งโดยประมาณ : 140,000 บาท
– ระยะเวลาคืนทุน 6 ปี (ปีที่ 7 เป็นต้นไป ใช้ไฟฟรี เดือนละ 2,025 บาท)

แพ็คที่ 2:  กำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าที่ 5.0 kW.

– เฉลี่ยผลิตไฟฟ้าได้ 20 หน่วย/วัน  (600 หน่วย/เดือน)
– ประหยัดค่าไฟฟ้าได้มูลค่า 2,700 บาท/เดือน (32,400 บาท/ปี) (เลทค่าไฟ 4.5 บาท/หน่วย)
– ลงทุนค่าอุปกรณ์ และติดตั้งโดยประมาณ : 220,000 บาท
– ระยะเวลาคืนทุน 6 ปี (ปีที่ 7 เป็นต้นไป ใช้ไฟฟรี เดือนละ 2,700 บาท)

แพ็คที่ 3:  กำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าที่ 10.00 kW.

– เฉลี่ยผลิตไฟฟ้าได้ 40 หน่วย/วัน  (1200 หน่วย/เดือน)
– ประหยัดค่าไฟฟ้าได้มูลค่า 5,400 บาท/เดือน (64,800 บาท/ปี) (เลทค่าไฟ 4.5 บาท/หน่วย)
– ลงทุนค่าอุปกรณ์ และติดตั้งโดยประมาณ : 400,000 บาท
– ระยะเวลาคืนทุน 6 ปี (ปีที่ 7 เป็นต้นไป ใช้ไฟฟรี เดือนละ 5,400 บาท)

หมายเหตุ: สมมุติฐานค่าที่เกี่ยวข้อง เป็นเพียงการประเมินคร่าวๆ ซึ่งต้องสำรวจหน้างานเพื่อประมาณอีกครั้งครับ

 

* จากการประเมิน จะเห็นว่า คุ้มค่ากับการลงทุนมากครับ ผลตอบแทนสูง และใช้ระยะเวลาในการคืนทุนต่ำ *

“คุ้มครับ”

 

 

ภาพตัวอย่างโซลาร์รูฟท็อปที่ติดตั้งอยู่บนหลังคาบ้าน

โซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) คือ การผลิตไฟฟ้าจากเซลล์รับพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคาบ้านที่อยู่อาศัย หรือบนอาคารต่างๆ เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ หรือส่งขายไฟฟ้าในราคาพิเศษคืนให้กับหน่วยงานของรัฐตามโครงการที่การไฟฟ้าจัดขึ้นเป็นรอบๆ

หลักการทำงานของโซลาร์รูฟท็อปคือ การนำเอาแผงเซลล์แสงอาทิตย์ มาติดตั้งเพื่อรับแสงจากดวงอาทิตย์ ตัวแผงผลิตไฟฟ้าออกมาเป็นกระแสตรง (DC) ส่งเข้าเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter) ชนิดเชื่อมต่อกับสายส่งการไฟฟ้า เพื่อเปลี่ยนให้เป็นไฟกระแสสลับ (AC)  โดยที่จะมีตู้ควบคุมระบบไฟฟ้า (MDB) ทำหน้าที่ในการควบคุมและจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ภายในบ้าน เท่านี้ เราก็จะมีกระแสไฟฟ้าที่พร้อมใช้งานสำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านต่างๆ ได้แล้ว เช่น ทีวี พัดลม ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ ฯลฯ

 

หลักการทำงานของแผงโซล่าร์รูฟท็อป

1. แผงเซล์แสงอาทิตย์ จะรับแสงอาทิตย์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า

2. กระแสไฟฟ้าที่ได้จากแผงเซลล์แสงอาทิตย์จะส่งผ่าน DC Fuse (อุปกรณ์ป้องกันกระแสเกิน) ส่งต่อไปยัง Inverter (เครื่องแปลงไฟฟ้า)

3. Inverter (เครื่องแปลงไฟฟ้า) จะเปลี่ยนไฟฟ้ากระแสตรงเป็น กระแสสลับ (AC) และส่งผ่านต่อไปยัง AC Surege Protector

4. AC Surege Protector (อุปกรณ์ป้องกันแรงดันกระชาก) จากนั้นก็จะส่งผ่าน ตู้ควบคุมไฟฟ้าภายในบ้าน

5. ตู้ควบคุมไฟฟ้าภายในบ้านจะส่งผ่านกระแสไฟฟ้าไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ภายในบ้าน

 

อ้างอิง : https://www.gump.in.th/article/539