โซล่าร์เซลล์กึ่งใส นวัตกรรมบนแปลงนา ลดค่าใช้จ่ายเกษตรกร

กฟผ. จับมือนักวิจัยไทย คิดค้นโซล่าร์เซลล์กึ่งใส ติดตั้งในนาข้าว ผลิตไฟฟ้าป้อนแปลงนา-ครัวเรือน ลดค่าใช้จ่าย พร้อมต่อยอดสู่ สมาร์ทฟาร์มในอนาคต ยกระดับคุณภาพชีวิตให้เกษตรกรไทย

 

วันนี้ (4 เม.ย) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดนิทรรศการ “นวัตกรรมปันแสงแบ่งข้าวเพื่อชุมชน” จัดแสดงโครงการวิจัยการนำโซล่าร์เซลล์กึ่งใส มาใช้ร่วมกับการทำเกษตรกรรมการปลูกพืช ณ สวนน้ำพระทัย โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี

ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานมุ่งเน้นการพัฒนานวัฒกรรมพลังงาน เพื่อความยั่งยืน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ยกระดับความเ็นอบ฿่ที่ดีของประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกร ซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศ โดยบูรณาการใช้ครวามก้สวหน้าด้านเทคโนโลยีและความรู้ของนักวิจัยไทยมาผสมผสาน

 

ผ่าน “นวัตกรรมปันแสงแบ่งข้าวเพื่อชุมชน” เป็นโครงการนำร่องในการใช้โซล่าร์เซลล์กึ่งใสในแปลงนา ถือเป็นการบริหารจัดการด้านเกษตรกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นการใช้งานพื้นที่เกษตรกรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งประโยชน์ทั้งหมดจะตกอยู่กับเกษตรกรโดยตรง สามารถปลูกพืชได้ผลดีดังเดิม และสามารถนำพลังงานไฟฟ้าที่ได้จากแสงอาทิตย์มาใช้ในครัวเรือน และระบบสูบน้ำ ช่วยให้ลดค่าใช้จ่ายลได้ ที่สำคัญงานวิจัยนี้ยังเป็นฝีมือคนไทยด้วย

นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการ กฟผ. อธิบายเพิ่มเติมว่า “นวัตกรรมแสงแบ่งข้าวเพื่อชุมชน”เป็นโครงการวิจัยการใช้โซล่าร์เซลล์กึ่งใสร่วมกับการทำเกษตรกรรมการปลูกข้าวพันธุ์ไรซ์เบอรี่ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวเศรษฐกิจที่มีคุณค่าทางอาหาร และได้รับความนิยมสูง ดำเนินโครงการร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม และกรมพัฒนาที่ดิน

 

ดำเนินการบนพื้นที่บริเวณสวนน้ำพระทัย โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ เพื่อสร้างความเชื่อมโยงในการผลิตไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อภาคเกษตร โดยน้ำที่ใช้ในการปลูกข้าว นำมาจากบ่อพักของโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ชุดที่  ที่ผ่านการปรับสภาพน้ำ และผ่านการตรวจสอบจากห้องทดลองที่รับรองมาตรฐานแล้วว่าสามารถใช้ปลูกพืชทางการเกษตร และสามารถรับประทานได้อย่างปลอดภัย

 

นอกจากนี้ พลังงานไฟฟ้าที่ได้จากโซล่าร์เซลล์ในโครงการวิจัยดังกล่าวได้ถูกส่งไปใช้ที่ห้องควบคุมไฟฟ้า และเครื่องสูบ้ำของโครงการวิจัย รวมถึงใช้ในอาคาร Co-Working Space ของโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ มาตั้งแต่เริ่มโครงการในเดือน พ.ย. 61 จนถึงปัจจุบัน สามารถลดการใช้พลังงานได้ 18,000 หน่วย และลดค่าใช้จ่ายได้กว่า 72,000 บาท

 

“โครงการนี้พิสูจน์ได้ว่า งานวิจัยสามารถบูรณาการได้ ระหว่างพลังงานไฟฟ้า และการปลูกพืชทางการเกษตร ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเกิดประโยชน์ดับชุมชน”

 

สำหรับ การนำโซล่าร์เซลล์กึ่งใส มาใช้ร่วมกับการปลูกข้าว จะทำให้เกษตรกร สามารถนำพลังงานที่ผลิตได้ ในพื้นที่นาข้าวมาใช้ประโยชน์ในกิจกรรมการเกษตรอื่นๆ ที่มีมูลค่าสูงสำหรับชุมชน เกษตรกรรม และโรงเรียน จะเป็นต้นแบบการพัฒนาไปสู่ระบบฟาร์มอัจฉริยะ(Smart Farm) ในอนาคต

 

ผศ.ดร. สุรเชษฐ เดชฟุ้ง หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการวิจัยการนำโซล่าร์เซลล์กึ่งใส มาใช้กับเกษตรกรรมการปลูกข้าว ได้มีการออกแบบแผงโซล่าร์เซลล์กึ่งใสให้มีลักษณะเป็นตารางหมากรุกสลับกับช่องใส โดยใช้โซล่าร์เซลล์กึ่งใสที่ทำจากซิลิคอนชนิดผลึกรวม (Poly-crystalline Silicon Solar Cell) จำนวน 227 แผง ให้พลังงานไฟฟ้า 155 วัตต์ต่อแผงกำบัวผบิตติดตั้ง 35.19 กิโลวัตต์ วางแผงโซล่าร์เซลล์ทำมุม 17 องศา หันรับแสงทางทิศใต้ ความสูงประมาณ 4 เมตร

 

โดยอาศัยหลักการปรับอัตราส่วนพื้นที่ทืบแสงต่อพื้นที่โปร่งแสง ในแผงโซลาร์เซลล์ตามความต้องการความเข้มแสงที่แตกต่างของพืช พร้อมติดตั้งระบบติดตามข้อมูลด้วยเซนเซอร์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตแบบ Real Time ได้แก่ตัววัดค่าความเข้มแสง อุณหภูมิ ความชื้นอากาศ ความเร็วลม ระดับน้ำ ความแข็งแรงของโครงสร้าง และ Power Flow

และจากการวิจัยบว่า ข้าวพันธุ์ Rice berry ใช้เวลาปลูกจนเก็บเกี่ยวประมาณ 130 – 150 วัน ด้วยวิธีการปลูกข้าวแบบออแกนิคทั้งหมด ได้แก่ การใช้กากชาในการกำจัดหอยเชอรี่ ฉีดพ่อสารสะเดาเพื่อป้องกันแมลง และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ฉีดพ่อฮอร์โมนไข่เพื่อบำรุงต้นข้าวให้สมบูรณ์แข็งแรง ใช้ปุ๋ยหมักในการบำรุงดิน ไล่นกโดยใช้ระบบคลื่นเสียง ไล่หนูด้วยวิธีควบคุมระดับน้ำให้อยู่ในปริมาณที่พอเหมาะเพื่อป้องกันหนู จึงทำให้การเจริญเติบโตของต้นข้าว และสีข้าวในโครงการวิจัย ไม่แตกต่างจากวิธีการปลูกปกติ สามารถรับประทานได้อย่างปลอดภัย

 

Credit : https://www.thebangkokinsight.com/126145/